ผู้เขียน: admin

ลู่วิ่งไฟฟ้า 3.0 แรงม้า พร้อมระบบโช๊คคู่ รุ่น KF-DK32S

ลู่วิ่งมีหน้าจอสวยงาม ปุ่มกดใหญ่กดได้สะดวก หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว แสดงเวลา ระยะทาง แคลอรี่ที่ใช้ไป อัตราการเต้นของหัวใจ

มีตัววัดชีพจรอัตราการเต้นของหัวใจด้วยระบบสัมผัส Hand Pulse Monitoring

ความแรงมอเตอร์ 3.0HPทำให้เราสามารถใช้แรงในการวิ่งได้อย่างเต็มที่ ด้วยความเร็วที่มากถึง 0.8-16km/h และยังสามารถใช้เครื่องได้นานอย่างต่อเนื่อง
เช็คราคาและส่วนลด !!

การออกแบบพื้นที่ในการวิ่งให้กว้างขึ้นถึง 420x1260mm เพื่อสะดวกสบายในการวิ่งสามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ปรับความชันได้ที่ 0, 3 และ 5 องศา (Manual Inclination) ทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับเวลาวิ่งขึ้นเนิน

ระบบโซ็คคู่ลดแรงกระแทก ช่วยลดแรงกระแทกทำให้เวลาเราวิ่งไม่ให้รู้สึกถึงแรงกระชาก ที่ข้อเท้าและเข่า มาพร้อม App เทรนเนอร์ ที่เชื่อมต่อด้วย Bluetooth เป็นการเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย การวิ่ง เพื่อให้เราเก็บสถิติการออกกำลังกายของเราในแต่ละวัน มีโปรแกรมการออกกำลังกาย 15 โปรแกรม P1 – P12 และ H1 – H3 ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสนุกเพราะการทำงานแต่ละโปรแกรมก็จะแตกต่างกัน

ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ พร้อมกับฟังก์ชั่นที่สามารถเล่นไฟล์ mp3 มีลำโพงสเตอริ ด้วยระบบการทำงานของมอเตอร์ที่เงียบ ทำให้คุณสามารถฟังเพลงผ่านลำโพงได้อย่าเพลิดเพลิน มีที่วางแทปเลต กระบอกน้ำ และมือถือ มี Safety Key หยุดเครื่องฉุกเฉิน ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน ระบบดูแลรักษาก็จะมี ระบบ Auto-Lubrication System ดูแลรักษาโดยการหยอดน้ำมันได้อย่างง่ายดาย

ผู้ที่ออกกำลังกายที่จะลดความอ้วนหมดปัญหาไปเลยกับการที่กลัวว่า ลู่วิ่งออกกำลังกายรุ่นนี้จะรับน้ำหนักไม่ได้ เพราะรองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 110 กิโลกรัม การจัดเก็บพับเก็บได้ ด้วยระบบไฮโดรลิก Hydraulic Folding เวลาเคลื่อนย้ายสะดวก มีล้อเลื่อน สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ได้มาตราฐาน CE, RoHS, TUS, GS และ SGS Certification

ความสำคัญของ การจัดอบรม ที่ไม่ควรมองข้ามไปให้การจัดอบรมนั้นสำเร็จไปได้ …

การจัดอบรม เป็นขั้นตอนการที่ช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงสมรรถนะของผู้เข้าร่วมฝึกหัดที่จะเกิดเรื่องที่ได้มีการจัดอบรมให้สามารถที่จะทำความเข้าใจให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมสามารถที่จะนำเรื่องที่ทำงานฝึกหัดนี้ไปฝึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเรื่องที่พึงพอใจเข้ารับการฝึกอบรมให้เอาไปใช้ต่อยอดได้ เรื่องของ การจัดอบรม เองก็มีความจำเป็นที่จะจำต้องทราบเอาไว้โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้

1.จดหัวเรื่องเอาไว้ก่อนจะกระทำจัดอบรม
การจัดอบรมก็จำเป็นต้องจะมีการจัดแจงหัวเรื่องเอาไว้ก่อนจะกระทำการจัดเพื่อไม่ให้กำเนิดความสับสนแก่ผู้เสียสละวิชาความรู้แล้วก็ผู้เข้าร่วมรับการอบรมจะได้ใช้เป็นตัวช่วยสำหรับในการตกลงใจที่จะร่วมการฝึกฝนที่ได้มีการก่อตั้ง เพื่อใส่ความทราบเพิ่มอีกที่อยากได้อย่างแม่นยำ

2.การจัดหมายกำหนดการที่แน่ชัด
ความต้องการถัดมาในเรื่องของ การจัดอบรม เป็นการมีตารางที่กระจ่างชัดเจนแน่ๆ ว่าเรื่องที่ทำ การจัดอบรม ขึ้นมานั้นจะมีช่วงเวลามากแค่ไหนที่จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจ เพราะว่าการจัดอบรมเองก็จะต้องมีช่วงการพักผ่อนหย่อนใจตามสะดวกหรือการพักรับประทานอาหารช่วงเวลากลางวันที่มีความสำคัญ ทำให้ควรจะมีการจัดตารางที่มีความแน่ชัดแล้วก็เอามาแจ้งให้แก่ผู้เข้าร่วมรับการอบรมให้ได้รับรู้กันก่อนจะเริ่มการฝึกอบรม

3.การจัดอบรมช่วยสร้างเสริมความรู้มากเพิ่มขึ้น
เรื่องของวิชาความรู้ที่ได้มีการเอามาจัดอบรมให้คนที่ให้ความสนใจเข้ามายอมรับฟังจำนวนมากแล้วนั้นจะเกิดเรื่องที่เกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจหรือกระบวนการดำรงชีวิตที่ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจกันเยอะมากๆเพื่อเอาไปใช้ต่อยอดในเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือการใช้ชีวิตของตนเองให้มีแบบอย่างที่มากขึ้น ทำให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมวิชาความรู้นั้นก็เป็นต้นเหตุหัวข้อหลักในการจัดอบรม

4.การจัดอบรมไม่สมควรเคร่งเครียดมากจนเกินความจำเป็น
เรื่องเกี่ยวกับการอบรมในเรื่องที่กระทำการอบรมกันอยู่นั้นเองก็มีความสำคัญของหัวข้อการพักการให้ความรู้ความเข้าใจด้วยเหตุว่าผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคนนั้นจะต่างกันรวมทั้งควรจะมีขณะบรรเทาซักบางส่วนในระหว่างอบรมเพื่อดึงความพึงพอใจกลับมาที่ผู้เสียสละการฝึกฝนก็เลยไม่มีความจำเป็นควรมีการจัดอบรมที่ครัดเคร่งมากจนเกินความจำเป็นเนื่องจากอาจจะเป็นผลให้ผู้เข้าร่วมในการอบรมนั้นกำเนิดความเบื่อได้

5.การมีนันทนาการระหว่างผู้บริจาคการฝึกฝนกับผู้เข้าร่วมในการฟังการฝึกฝน
การฝึกอบรมเองก็จะต้องมีเรื่องมีราวของการมีนันทนาการป้องกัน เพื่อสร้างเสริมความบรรเทาในระหว่างการฝึกอบรมที่บางครั้งก็อาจจะมากเกินความจำเป็น ซึ่งจะเป็นการเสวนาคั้นเวลากัน หรือการมีเกมคั้นเวลาเพื่อบรรเทาขึ้นมา แล้วก็เริ่มกระทำการอบรมถัดไปได้

เรื่องจุดสำคัญของ การจัดอบรม นี้ก็ช่วยทำให้การจัดอบรมนั้นมีต้นแบบที่แน่ๆเพิ่มมากขึ้นแล้วก็ทำให้การจัดอบรมนั้นมีการบรรลุผลมากยิ่งกว่าเดิมนั้นเอง

 

สร้างสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในการทำธุรกิจ ให้เป็นที่น่าจดจำ

สร้างสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในการทำธุรกิจ ให้เป็นที่น่าจดจำ

การทำธุรกิจในประเทศไทยในปัจจุบันนี้ได้มีเรื่องของการริเริ่มที่จะทำธุรกิจกันมากขึ้นเป็นจำนวนมาก จากการที่ได้มีการริ่เริ่มทำธุรกิจกันเป็นจำนวนมากเองนั้นก็ ทำให้ปัจจัยในเรื่องของการผลิตหรือวัตถุดิบเองก็มีการใช้งานกันเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้เรื่องของการทำธุรกิจในประเทศไทยในขณะนี้เอง ก็เป็นการทำธุรกิจที่มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงทำให้ต้องมีการปรับรูปแบบการทำธุรกิจกันเป็นจำนวนมาก และในการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการทำธุรกิจในเรื่องของการแข่งขันเอง ก็ได้มีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วยที่จะมาทำให้การทำแข่งขันทางการทำธุรกิจนี้มี การแข่งขันที่เพิ่มกันมากขึ้นทำให้การทำธุรกิจในปัจจุบันจึงมีการปรับเปลี่ยนกันเป็นจำนวนมากในเรื่องของการทำธุรกิจจากรูปแบบปกติให้ไปอยู่ในรูปแบบของการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตหรือธุรกิจออนไลน์ ที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นทางเชื่อมในการค้นหาลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการกันเพิ่มขึ้นและสร้างรายได้ให้เข้ามาในธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น

การทำธุรกิจเองก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการทำธุรกิจ คือเรื่องของสัญลักษณ์ของธุรกิจหรือโลโก้ ที่จะเป็นตัวบ่งบอกถึงการเป็นธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ให้ผู้ที่ได้พบเห็นหรือมองผ่านตาจะทราบได้ทันทีเมื่อทำการมองสัญลักษณ์หรือโลโก้ธุรกิจ จึงเปรียบเสมือนการสร้างสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าธุรกิจของเราจะสามารถดำเนินการได้อย่างไหร่นั้นเอง

การสร้างสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในการทำธุรกิจเองนอกจากจะเป็นเรื่องของการสร้างโลโก้หรือแบรนด์ของธุรกิจตัวเองขึ้นมาให้มีความหมายที่สื่อถึงการทำธุรกิจที่กำลังทำอยู่ให้ลูกค้าหรือผู้ที่พบเห็นได้ทราบถึงรูปแบบและความเป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ให้เห็นเป็นรูปร่างผ่านทางโลโก้หรือแบรนด์ที่ได้คิดค้นขึ้นมา แต่จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องของการพัฒนารูปแบบของการทำธุรกิจเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแทบตลอดเวลาในปัจจุบัน ทำให้เรื่องของการสร้างสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้นจะเห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

การเสียภาษี หน้าที่พลเมืองที่ดีที่สามารถช่วยประเทศได้ !!

การเสียภาษี หน้าที่พลเมืองที่ดีที่สามารถช่วยประเทศได้ !!

ภาษี คือ เงินที่ได้จากการหักจากรายได้ของประชนชนที่มีรายได้มาตลอดปี มาเป็นส่วนจ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐบาลเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งหน้าที่ของประชาชนในปัจจุบันนี้ การเสียภาษีเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ประชาชนที่ดี เพราะการเสียภาษีนั้นจะหักไปใช้จ่ายเพื่อดูแลและพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจของสังคมให้คงอยู่ได้

ซึ่งจำนวนเงินที่ประชาชนจำเป็นต้องชำระภาษีคำนวณจากค่าเฉลี่ยรายได้ต่อปีของแต่ละบุคคล โดยมีลำดับดังนี้

  1. รายได้ตั้งแต่ 0 – 150,000 บาท ไม่ต้องชำระค่าภาษี
  2. รายได้ตั้งแต่ 150,001 – 300,000 บาท ต้องเสียภาษี 5% จากรายได้ต่อปี
  3. รายได้ตั้งแต่ 300,001 – 500,000 บาท ต้องเสียภาษี 10% จากรายได้ต่อปี
  4. รายได้ตั้งแต่ 500,001 – 750,000 บาท ต้องเสียภาษี 15% จากรายได้ต่อปี
  5. รายได้ตั้งแต่ 750,001 – 1,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 20% จากรายได้ต่อปี
  6. รายได้ตั้งแต่ 1,000,001 – 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 25% จากรายได้ต่อปี
  7. รายได้ตั้งแต่ 2,000,001 – 5,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 30% จากรายได้ต่อปี
  8. รายได้ตั้งแต่ 5,000,001 บาทเป็นต้นไป ต้องเสียภาษี 35% จากรายได้ต่อปี

จากตัวเลขของการหักภาษีนี้ ทำให้เห็นได้ว่าหากยิ่งมีรายได้ต่อปีที่มีจำนวนมากเท่าไหร่ ก็จำเป็นที่จะต้องเสียภาษีให้แก่รัฐบาลเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์และหน้าที่ของประชาชนที่ดี ในเรื่องของการเงินที่มีอยู่ให้รัฐบาลได้ทราบ จากการที่มียอดชำระภาษีที่ต้องเสียของบุคคลเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิดการเลี่ยงที่จะไม่ชำระภาษีให้แก่รัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องหากมีการทำก็ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่บุคคลทั่วไปต้องมีการชำระภาษีให้แก่รัฐบาล โทษมีตั้งแต่ปรับไปจนถึงจำคุก หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ต้องชำระค่าภาษีเองนั้นหากไม่ได้มีการ แสดงยอดรายได้ตลอดปีให้แก่รัฐบาล ก็มีโทษปรับค่าเสียหายให้ เพราะมีเจตนาที่จะปกปิดรายได้ของตนเอง และจำเป็นที่จะต้องแสดงรายได้ตลอดปีให้กรมสรรพกรได้ทราบ

ในการยื่นใบรายได้ตลอดปีที่ไม่ต้องเสียภาษีนั้น จะมียอดเงินรายได้ตลอดปี 120,000 บาทในกรณีที่มีสถานภาพโสด หากมีคู่สมรสจะมียอดเงินรายได้ตลอดปี 220,000 บาท จำเป็นที่ต้องยื่นใบแสดงรายการภาษีให้แก่สรรพกร เพื่อตรวจสอบ กรมสรรพกรเป็นกรมที่ดูแลในเรื่องของการคำนวณภาษีของประชาชนที่จำเป็นต้องมาชำระในแต่ละบุคคล และส่งต่อภาษีที่ได้รับมาให้แก่รัฐบาล นำไปใช้ในเรื่องของการพัฒนาและดูแลประเทศ

ดังนั้นแล้วการยื่นใบแสดงรายการภาษี หรือการชำระภาษีนั้นจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อแสดงหน้าที่ของประชาชนที่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐบาลเพื่อนำไปพัฒนาและบริหารประเทศ ซึ่งการยื่นใบแสดงรายการภาษีเองนั้นทางกรมสรรพกรจะนำรายการภาษีของแต่ละบุคคลไปทำการทำประเมินรายได้ของประชาชนโดยรวมของประเทศทำให้ได้ทราบถึงสภาวะทางเศรษฐกิจและการเป็นอยู่ในปัจจุบันว่าการเป็นอยู่เป็นในทางที่ดีหรือไม่ดีนั้นเอง

คำถามที่พบบ่อย : ทำไมต้องใช้เครื่องสำอาง มาช่วยในการแต่งหน้า??

เครื่องสำอาง เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องของการแต่งกายให้สวยงามและเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้หญิง ที่จำเป็นต้องมีการแต่งหน้า ให้ตัวเองมีความมั่นใจและโดดเด่นในใบหน้าของตนเองให้ดูดีตลอดเวลาหรือการใช้เครื่องสำอางเพื่อช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพผิวบนใบหน้าหรือตามจุดอวัยวะบนร่างกายอย่างเช่น แขนหรือขา จึงทำให้การใช้เครื่องสำอางในหมู่ผู้หญิงจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ที่แตกต่างจากผู้ชายที่แทบไม่ต้องแต่งหน้าตา อาจจะเกิดจากความห่วงเรื่องสรีระของตนเองนั้นน้อยกว่าผู้หญิงที่จะต้องดูแลตัวเองให้ดูดีตลอดเวลา จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องสำอางที่มีคุณภาพไม่ทำให้หน้าของเรามีความเสียหาย

เครื่องสำอางมีแหล่งที่มาที่ไม่แน่นอนแต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากทางประเทศอียิปต์ และประเทศจีนที่มีการแต่งหน้า เกิดขึ้นในสมัยก่อนที่นำสีของผลไม้หรือใบไม้นำมาบดและผสมกับแป้ง เพื่อนำมาแต่งหน้าให้ดูดีและแสดงถึงความมีฐานะความมั่นใจเป็นอย่างมาก

เครื่องสำอางที่ใช้ในบางชนิดของผู้หญิงทั่วไปนั้นจะมีมากมายหลายรูปแบบตามการใช้ ซึ่งการใช้เครื่องสำอางในแต่ละรูปแบบก็เป็นไปตามรูปแบบของใบหน้า ตา คิ้ว จมูก ปาก ที่จำเป็นต้องมีชนิดของการใช้เครื่องสำอางให้ถูกต้อง เพราะการแต่งหน้าให้ดูสวยงามนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ความประณีตและระยะเวลาในการแต่งที่ค่อนข้างนาน เพื่อให้ได้ความสวยงามบนใบหน้าให้มากขึ้น โดยลักษณะการแต่งหน้าก็มีมากมายหลายวิธีที่ทำให้คนที่ดูไม่มีราศีหรือความสวย สามารถสวยขึ้นมาได้เพียงใช้เครื่องสำอางให้ถูกตามลักษณะและแบบ จึงทำให้กล่าวได้ว่าการใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงนั้นจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อให้ตนเองดูสวยและมีความมั่นใจที่จะออกไปพบปะกับผู้อื่นภายนอกได้

เครื่องสำอางเองนั้นจำเป็นที่จะต้องมีคุณภาพที่ดี เพราะการใช้เครื่องสำอางในปัจจุบันนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากทำให้ต้องมีการใช้ของที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันผลกระทบหรือผลเสียหากมีการใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพที่อาจทำให้ใบหน้าของผู้ใช้มีความเสียหายหรือมีอาการแพ้ได้หากเครื่องสำอางที่ใช้ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นแล้วการเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีคุณภาพเองก็จำเป็นที่ต้องเลือกให้ดี

ซึ่งการใช้เครื่องสำอางในบางธุรกิจเองที่มีให้เห็นเด่นชัดคือการแต่งหน้าก่อนที่จะเล่นลิเก หรือเล่นงิ้ว เพื่อแสดงถึงการมีครูบาอาจารย์ในเรื่องของการละเล่นนี้ และแสดงถึงเอกลักษณ์ของตัวละครในเรื่องที่จำเป็นต้องใช้การแต่งหน้าให้เห็นความต่างของตัวละครที่เล่นอยู่

ดังนั้นแล้วการใช้เครื่องสำอางเพื่อแต่งหน้านั้นเป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับร่างกายคนเรา เพื่อที่จะเพิ่มความมั่นใจและความดูดีมีฐานะของผู้แต่งหน้าให้สามารถมั่นใจในการทำงานหรือการพบผู้คนอื่น